Siambeetle forum

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 1214|ตอบ: 0

เลือกด้วงตัวโปรดเข้ามาดูแล ตอนที่3 [คัดลอกลิงก์]

Rank: 25Rank: 25Rank: 25Rank: 25Rank: 25Rank: 25Rank: 25

เวลาออนไลน์
1477 ชั่วโมง
UID
1
เครดิต
8063
ความเทพ
762
ประสบการณ์
4260
ทองคำ
201
โพสต์
1877
กระทู้
197
สมัครสมาชิกเมื่อ
2012-1-16
เข้าสู่ระบบล่าสุด
2017-1-28
โพสต์เมื่อ 2016-4-20 13:08:57 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

มาต่อกันในตอนสุดท้ายของการเลือกซื้อด้วง
อีกสองเรื่องที่ควรจะต้องดูก่อนที่จะเลือกด้วงครับ

-ความสมบูรณ์ของด้วง
ด้วงแต่ละตัวก็มีอายุไม่ต่างจากคนเราครับ ถ้ายิ่งแก่ก็ยิ่งหมายความว่าเริ่มที่จะไม่แข็งแรง และก็ใกล้จะหมดอายุขัย มีวิธีที่สังเกตง่ายๆหลายจุด
ถ้าเลือกซื้อด้วงเต็มวัย
1.ดูที่สีผิวปีกและหัว ถ้าเป็นด้วงที่อายุไม่เยอะสีจะยังสดใส บางชนิดจะเงางามหรือแวววาวมากกว่า ถ้าด้วงมีอายุเยอะ สีผิวปีกและหัวจะเริ่มด้านขึ้นหรือหม่นขึ้น มีด้วงบางชนิดที่สีปีกจะไม่เงาและหม่นอยู่แล้วด้วยนะครับ ตรงนี้ต้องใช้ประสบการณ์ในการสังเกตนิดนึง
2.ดูขาและหนวด สองจุดนี้เป็นส่วนที่ค่อนข้างเปราะและหลุดหักได้ง่าย ถ้ามีส่วนใดส่วนหนึ่งหักหรือขาดไปก็แปลว่าด้วงอาจจะได้รับบาดเจ็บหรือมีอายุเยอะ ซึ่งอายุด้วงที่สูงขึ้นก็จะส่งผลให้ข้อต่อต่างๆนั้นเริ่มเสื่อมสภาพลงและทำให้หลุดหรือหักได้ หรือบางตัวได้รับการดูแลมาไม่ดี อาจะทำให้ข้อต่อส่วนนี้หลุดหรือขาดได้เช่นกัน
3.ด้วงมีตำหนิหรือไม่ ตำหนิด้วงมีผลต่อราคา อาจจะทำให้แพงขึ้นหรือถูกลงก็ได้
ตำหนิที่อาจทำให้ด้วงมีราคาสูงขึ้นเช่น เขาหรือเขี้ยวเบี้ยวเป็นทรงที่สวยงามกว่าปกติ ,มีอวัยวะเพิ่มมามากกว่าปกติ เช่น มีขามากกว่าหกขา หรือมีสี่หนวด
ตำหนิที่ทำให้ราคาลดลง เช่นปีกบุบ ปลายปีกไม่สนิท มีรอยข่วนหรือบาดแผลบนปีกหรือหัว ปลายเขี้ยวทู่ เขางอ เป็นต้น
4.น้ำหนักของด้วง สำหรับด้วงตัวใหญ่ อาจจะสามารถเช็คน้ำหนักได้ (ถ้าทางร้านอนุญาติให้จับด้วงที่ซื้อขายกันนะครับ) วิธีเช็คทำง่ายๆแค่ลองยกด้วงขึ้นมา แล้วรับรู้ได้ถึงน้ำหนักนิดหน่อย ซึ่งก็จะแปลว่าด้วงนั้นยังมีน้ำในตัวและยังสดใหม่อยู่ ซึ่งด้วงที่อายุเยอะและใกล้ตายนั้นน้ำหนักจะลดลง จนบางตัวอาจจะมีน้ำหนักเบามาก เพราะสูญเสียน้ำในตัวไปแล้ว ในขณะที่ด้วงตัวเมียนั้นอาจจะวางไข่ออกไปจำนวนมากแล้วก็ได้
การเช็คน้ำหนักของด้วงนั้นควรจะมีประสบการณ์พอสมควร เพราะถ้าไม่เคยสัมผัสด้วงชนิดนั้นมาก่อน อาจจะคาดคะเนน้ำหนักตรงนี้ไม่ได้ครับ

ถ้าเลือกซื้อตัวอ่อน
1.ดูระยะของตัวอ่อนที่จำหน่าย ไม่ควรซื้อไข่หรือตัวอ่อนที่เพิ่งฟักจากไข่ใหม่ๆ เพราะสองระยะนี้อันตรายและตายง่าย ควรให้ตัวอ่อนที่ฟักไข่ออกมาเริ่มทานอาหารและแข็งแรงนิดนึงก่อน หนอนระยะที่ 1-2 เป็นช่วงเวลาที่ดีหากต้องการเริ่มเลี้ยงและเร่งน้ำหนักของตัวอ่อน เพราะเมื่อด้วงเข้าสู่ระยะที่3ปลายๆแล้ว การทำน้ำหนักนั้นเริ่มที่จะช้า และอาจจะไม่เพิ่มขึ้นก็ได้
2.หนอนปราศจากโรคต่างๆ และมีสุขภาพแข็งแรง โรคที่พบเจอบ่อยในบ้านเราคือโรคจุดดำ ซึ่งมักจะพบบนตัวหนอนหากหนอนตัวนั้นเริ่มอ่อนแอจากการเลี้ยงดู อาจเกิดได้หลายสาเหตุ เช่น เลี้ยงในที่ร้อนเกินไป คับแคบเกินไป ชื้นเกินไป ขาดอาหาร เป็นต้น
3.ควรมีการระบุชนิดของหนอนให้ชัดเจน ถ้าเป็นพ่อแม่พันธุ์สายพิเศษควรมีการระบุให้เรียบร้อย เพื่อให้คนที่รับไปเลี้ยงดูต่อนั้นสามารถบันทึกและจดจำชนิดของหนอนตัวนั้น และสามารถจัดหาอาหารที่ถูกต้องสำหรับเลี้ยงดูได้
4.ซื้อตัวอ่อนจากผู้ค้าที่ไว้ใจได้ เพราะตัวอ่อนนั้นมีหน้าตาที่ค่อนข้างคล้ายกันมาก เราจะไม่มีวันทราบเลยว่าหนอนที่ซื้อมาดูแลเป็นอย่างดีนั้น เป็นด้วงที่ถูกต้องสมราคาที่ได้จ่ายไปจริงหรือไม่ ซึ่งก็มีตัวอย่างให้พบเห็นกันมาหลายครั้งในตลาดซื้อขายด้วง เช่นจำหน่ายตัวอ่อนด้วงกว่างชนิดธรรมดา แต่ระบุไปว่าเป็นหนอนด้วงกว่างเฮอร์คิวลิส เป็นต้น
5.ตัวอ่อนที่จำหน่ายเป็นคู่ ให้ตรวจสอบเพศให้แน่ใจอีกครั้ง เพราะจุดดูเพศนั้นมีขนาดเล็ก อาจจะมีการผิดพลาดได้

-ราคา
การซื้อขายด้วงก็เหมือนกับการซื้อขายสัตว์เลี้ยงชนิดอื่นๆเช่นกัน ราคาขึ้นอยู่กับความพอใจของทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ
บางตัวราคาแพงตามความหายากและความต้องการของตลาด
ด้วงป่าบางชนิดมีราคาสูงมาก อาจจะสูงมากกว่า3-4 เท่าของราคาตัวเพาะ เพราะความหายากและสายเลือดที่สดใหม่ ราคาด้วงมีการผันผวนและขึ้นลงอยู่แทบทุกปีครับ ขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาดและจังหวะ

ด้วงที่แพงๆส่วนมากมีสาเหตุหลักๆมาจาก
1.หายากมาก ต้องยอมรับว่าด้วงที่หายากก็จะมีจำนวนน้อย และก็มีนักสะสมจ้องที่จะเก็บสะสมด้วงเหล่านี้ไว้ในคอเลคชั่นส่วนตัวด้วยอย่างแน่นอน จึงไม่แปลกที่ราคานั้นจะแพง เช่น ด้วงที่ค้นพบเฉพาะเกาะและไม่สามารถหาจากที่อื่นได้ในโลก ด้วยความหายากนี้เองที่ทำให้ราคาไม่เคยตก ถึงแม้ว่าในตลาดเพาะเลี้ยงนั้นจะไม่ได้รับความนิยมก็ตาม

2.เพาะได้ยาก สาเหตุที่เพาะเลี้ยงได้ยากมีหลายข้อครับ เช่น ต้องการอุณหภูมิต่ำพิเศษ หรือต้องการอาหารพิเศษ ซึ่งการเพาะเลี้ยงได้ยากและมีจำนวนน้อยนี้เองที่ทำให้ราคาของด้วงนั้นสูงขึ้นตามไปด้วย บางชนิดเพาะเลี้ยงได้ยากแล้วยังพ่วงหายากเข้าไปอีก ราคาก็ยิ่งสูงมากขึ้นเป็นทวีคูณ

3.กำลังเป็นที่นิยมในตลาด แน่นอนว่าด้วงที่ได้รับความนิยม ราคาก็จะถูกปรับขึ้นตามความต้องการของตลาด ตลาดการซื้อขายด้วงที่มีขนาดใหญ่อย่างประเทศญี่ปุ่นก็มีตัวอย่างตรงนี้มาให้เห็นได้อย่างชัดเจน เช่น ปีปัจจุบันด้วงกว่างช้างขนาดเล็กกำลังได้รับความนิยม ทำให้ราคาถีบตัวสูงขึ้นกว่าเมื่อหลายปีก่อน 2-3 เท่า ในขณะที่ด้วงกว่างช้างดำซึ่งเคยมีราคาสูง ก็ลดราคาลงมาเล็กน้อยตามสภาพความต้องการของนักเลี้ยงด้วง

4.ได้สายเลือดพิเศษ สายเลือดพิเศษเกิดจากการพัฒนาสายพันธุ์จนได้เอกลักษณ์ที่เด่นชัดขึ้นมา เช่น ถ้าพูดถึงด้วงกว่างเฮอร์คิวลิสก็ต้องยกให้สาย Hiroka ที่นับเป็นอันดับหนึ่งของสายเลือดด้วงกว่างเฮอร์คิวลิสทั้งหมด เพราะขนาดเขาที่ใหญ่ ยาว และอ้วนแบบหาเฮอร์คิวลิสสายอื่นจะมาเทียบได้ หรือสายด้วงคีมอย่างฟันเลื่อยพาลาวันก็ต้องยกให้ สาย Kuni ที่ปัจจุบันคือสายเพาะเลี้ยงด้วงคีมพาลาวันที่ใหญ่ที่สุดในโลก และคาดว่าปีหน้าก็มีแนวโน้มที่จะใหญ่กว่าเดิมอีก 1มิลลิเมตร จากการประกบคู่ตัวผู้และเมียจากการเพาะเลี้ยงที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อคัดยีนส์เด่นด้านขนาดตัวมาเจอกัน

5.เป็นชนิดใหม่ที่เพิ่งถูกค้นพบ ด้วงชนิดใหม่ที่เพิ่งจะถูกส่งเข้าตลาดด้วงนับเป็นสีสันอย่างหนึ่งให้เหล่านักเลี้ยงมีด้วงต้องวนกลับมาสู่วงการนี้อย่างสม่ำเสมอ ด้วงที่เป็นชนิดใหม่อาจจะไม่ได้เลี้ยงยากหรือหายากทุกชนิด เพียงแต่พื้นที่ที่ด้วงชนิดนั้นอาศัยอยู่อาจจะเพิ่งถูกสำรวจก็เป็นได้ และมีตัวอย่างให้เห็นหลายตัวอย่างเช่นด้วงคีมกระทิงเคอร์วิเดนส์บาไบ้ (D.curvidens babai) ที่เพิ่งถูกค้นพบจากเวียตนาม ในปีแรกนั้นราคาสูงขึ้นไปทะลุสองหมื่นบาท/1 คู่ แต่สามารถเพาะเลี้ยงได้เป็นจำนวนมาก จนปัจจุบันนี้สามารถหาซื้อได้ในราคา 1500-3000 บาทเท่านั้นเอง

ก่อนที่จะซื้อด้วงก็อย่าลืมตรวจสอบราคาให้เรียบร้อยก่อนครับ ด้วงต่างประเทศในบ้านเราราคาค่อนข้างสูงกว่าเมืองนอกพอสมควร ซึ่งถ้ายังไม่พร้อมจะลองด้วงนอกก็ลองมองด้วงไทยๆดูก่อนครับ จริงๆแล้วด้วงไทยนี่ก็มีหลายตัวเป็นที่นิยมในต่างประเทศอยู่ และที่สำคัญ ด้วงไทยราคาก็ไม่แรงมากเมื่อเทียบกับด้วงนอกครับ
อีกเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับราคา ปัจจุบันราคาด้วงเริ่มขยับตัวสูงขึ้นทีละนิด เนื่องจากสาเหตุหลักๆที่ความสมบูรณ์ของธรรมชาติลดลงไม่ว่าจะเป็นในประเทศไทยเองหรือในต่างประเทศ ถ้าสายพันธุ์ไหนที่สามารถเพาะได้เยอะๆ ก็อยากให้ช่วยกันอุดหนุนด้วงจากการเพาะเลี้ยงมากกว่าด้วงที่จับมาจากป่า เพื่อป้องกันการสูญพันธุ์หรือลดจำนวนลงในธรรมชาติครับ

สรุปบทความวิธีการเลือกซื้อด้วงนี้ ผมพยายามเขียนในมุมจากคนที่ชอบเลี้ยงด้วงและจากมุมคนที่ทำงานศึกษามากที่สุด พยายามไม่ใส่ความเป็นร้านค้าลงไป เพื่อให้ตัวบทความนั้นมีความเป็นกลางและสามารถนำไปใช้ได้ในการเลือกซื้อด้วงจริงๆ ซึ่งหวังว่าจะเป็นประโยชน์กับนักเลี้ยงด้วงไม่ว่าจะเป็นหน้าเก่าหรือว่าหน้าใหม่ทุกๆคนนะครับ




เลือกด้วงตัวโปรดเข้ามาดูแล ตอนที่3.jpg.jpg


คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถตอบกลับ เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก

รูปแบบข้อความล้วน|Siambeetle

GMT+7, 2017-12-14 17:16 , Processed in 0.028211 second(s), 13 queries .

Powered by Discuz! X2

© 2001-2011 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน